fbpx
A Writer's Diary
admin  

แนะนำนักเขียนในดวงใจ 5 ที่อยากบอกต่อ

รู้จักนักเขียนสักนิด!  | อ๊อบซอ

จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเขียนนิยาย 

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดี ทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้นะคะ ขอแนะนำตัวก่อน เราชื่อ ‘หนิง’ นะคะ ใช้นามปากกาว่า ‘อ๊อบซอ’ ซึ่งเป็นภาษาเกาหลีแปลว่า ‘ไม่มี’ สาเหตุที่เลือกใช้นามปากกานี้ก็เพราะครั้งแรกที่ตัดสินใจลองเขียนนิยายคิดนามปากกายังไงก็คิดไม่ออกสักที ขนาดโตจนป่านนี้ลายเซ็นของตัวเองก็ยังไม่มีเลย บวกกับตัวเราเองก็เป็นแฟนคลับเกาหลีหรือที่เรียกว่า ติ่งเกาหลี ตอนนั้นติดคำว่าอ๊อบซอมาก ๆ ถึงขั้นเคยนำไปตั้งเป็นชื่อเฟซบุ๊กส่วนตัว คำว่าอ๊อบซอจึงมีความหมายอยู่ในตัวทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า(นามปากกา)มันไม่มีค่ะ

จุดเริ่มต้นในการเขียนนิยายมาจาก เรามีพล็อตนิยายพล็อตหนึ่งอยู่ในหัวมานานแต่หาอ่านแนวนี้ไม่ค่อยเจอเลย ที่เจอก็ยังไม่ใช่แบบที่เราชอบอยู่ดี จึงตัดสินใจร่างพล็อตออกมาเป็นตัวหนังสือครั้งแรก ค้นคว้าหาข้อมูล ตั้งชื่อตัวละคร หาอิมเมท ตั้งชื่อเรื่อง เริ่มแต่งตอนแรกโดยการพิมพ์ลง Word และอัปโหลดลงเว็บนิยาย กะว่าไม่มีใครอ่านก็ไม่เป็นไรขอให้ได้แต่งก็พอใจแล้ว แต่ปรากฏว่าผลตอบรับเหมือนฝัน ยอดวิวทะลุแสนในไม่กี่เดือนและทะลุล้านหลังจากปิดจบเรื่องได้ไม่นาน ตอนนั้นคิดว่านี่คือเรื่องที่ดีที่สุดแล้วแต่ก็ยังมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีก คือมีสำนักพิมพ์รายหนึ่งติดต่อมาอยากร่วมงานด้วย ตอนนั้นงงบวกดีใจเพราะเราไม่เคยคิดถึงขั้นมีหนังสือเป็นของตัวเอง ใช้เวลาทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการผลิตหนังสือและเซ็นสัญญากัน หลังจากนั้นก็ได้เงินก้อนแรกจากน้ำพักน้ำแรงในการเขียนหนังสือ ยังจำความรู้สึกแรกตอนที่ได้สัมผัสหนังสือของตัวเราเองได้อยู่เลยค่ะว่ามันปลาบปลื้มมากแค่ไหน

ดูผลงานได้ที่ https://goodthingreviewthailand.com/?p=589

รู้จักนักเขียนสักนิด! : September_Sapphire

นักเขียนวายหน้าใหม่ กลางวันเป็นมนุษย์เงินเดือน กลางคืนกับวันหยุดเข้าถ้ำเป็นนางเสือซุ่มแต่งนิยาย ถามว่านามปากกานี้ได้แต่ใดมา…อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่าๆ แค่ชอบเสือชีต้าร์แล้วคำว่า ‘คราม’ มันดูเทาๆ ซึมๆ เลือนๆ เหมือนสไตล์นิยายที่แต่ง เลยจับพลัดจับผลูฟิวชั่นมาเป็น September_Sapphire

จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเขียนนิยาย *

ชีวิตตกราง หลงทางและไขว้เขวชั่วขณะค่ะ! แหะๆ เอาเป็นว่าทำให้ว่างพอจะใช้เวลากับตัวเอง จนค้นพบว่าเราไม่ใช่เครื่องจักรอีกต่อไปแล้ว เราดำเนินชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินและการกินให้อิ่มท้องก็จริง แต่ชีวิตเราต้องมี SOUL มีจิตวิญญาณด้วยจินตนาการและสุนทรียภาพทางภาษา ซึ่งเราเพิ่งได้ enlighten ตัวเองว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการเขียนนิยาย การถ่ายทอดแนวคิดและชวนให้เกิด critical thinking ผ่านการอ่านเนื้อเรื่องที่โรแมนติก เข้มข้น ลึกซึ้งและสะท้อนความเป็นมนุษย์ที่ตีความได้หลายแบบ

ดูผลงานได้ที่ https://goodthingreviewthailand.com/?p=1457

รู้จักนักเขียนสักนิด : Npranger

            สวัสดีค่ะ นกเอง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่านามปากกาอ่านว่า ‘เอ็นพีเรนเจอร์’ ที่มาก็คือ เอ็นมาจากตัวนำหน้าของชื่อจริง ส่วนพีมาจากตัวนำหน้าของนามสกุลและเรนเจอร์มาจาก เกมไลน์ เรนเจอร์ (คุกกี้รัน) ค่ะ อายุในการเป็นนักเขียนก็สองปีแล้ว ยังไงน้องเล็กคนนี้ฝากตัวกับพี่ๆด้วยนะคะ อย่าลืมเอ็นดูหนูนะ!

• จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเขียนนิยาย

            ถ้าเอาตามความจริง เราเขียนมาตั้งแต่ปอหกแล้วค่ะ แต่ทุกคนเข้าใจว่าเพิ่งมาเขียน ในช่วงที่บอลไทยบูมเราเป็นติ่งพี่ก้อง เกริกฤทธิ์และแน่นอนว่าเราเป็นสาววาย เห็นคนในด้อมเขียน เราเลยอยากเขียนบ้าง เปิดเพจอยู่ประมาณเกือบหนึ่งปีมีคนกดไลก์ 1700 กว่าคนสำหรับเด็กอายุ 12 มันดีมากๆเลยค่ะ

            พอหลังจากโตขึ้น ตอนนั้นประมาณมอสาม เขียนแฟนฟิค #เกรทพอร์ช คนติดตามประมาณสองพันเขียนจบปุบก็ลบ เพราะว่าเรือล้มและสุดท้ายตอนมอสี่กลับมาเขียนจริงๆจังๆ ฟีดแบคไม่ค่อยมี คนติดตามร้อยกว่าๆ แต่กำลังใจที่สำคัญที่สุดคือแนนค่ะ แนนเป็นเพื่อนและเป็นนักอ่านคนแรกของเรา แนนจะไปเม้น ไปส่งฟีดแบคให้ตลอด น่ารักเนาะ5555

            หลังจากเขียนเรื่องนั้นจบก็ลบค่ะ เพราะคิดว่าไม่ดีเท่าที่ควร เราพักงานเขียนไปประมาณสามเดือนและกลับมาเขียนใหม่เนื่องจากเราเครียดเรื่องเรียน เลยหาอะไรที่ผ่อนคลายทำและงานเขียนเป็นสิ่งที่เราถนัดค่ะ ฟีดแบคเยอะจนน่าตกใจแต่ถึงจะเยอะแค่ไหนแนนก็ยังคงอยู่เสมอ คอยเม้นให้กำลังใจตลอดถึงแม้ว่าหลังไมค์จะด่ากันก็ตาม 555555

ดูผลงานได้ที่ https://goodthingreviewthailand.com/?p=2343

ทำความรู้จักกับนักเขียนหน้าใหม่ชื่อ Phaki9

สวัสดีครับ ผมชื่อ นัฐ นามปากกา Phaki9 อ่านว่า Pha-ki-nine –> พา คิ ไนน์ –> ภาคิไนย ซึ่งมีความหมายว่า พี่ชายคนโต ซับซ้อนไหมครับ รบกวนช่วยทึ่งให้ที ว้าววววว !

          จุดเริ่มต้นการเป็นนักเขียนมือใหม่ มาจากการเป็นเด็กชอบอ่าน อ่านทุกอย่าง นิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่กระดาษห่อถ้วยชามหรือต้นไม้ เอาง่ายๆ คืออ่านหนังสืออกตอน ป.1 ก็อ่านมาตลอด การเขียนนิยายเป็นความฝันเล็กๆ ที่ถูกเก็บไว้ลึกๆ ซึ่งในวัยเด็กแม้ครอบครัวจะไม่ได้สั่งห้ามแต่ผมคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมในการก้าวเดินตามฝัน ด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิและกำลังทรัพย์ ความคิด ณ ตอนนั้นคือผมเป็นนักเรียนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่และดีที่สุด นั่นก็คือการเรียนให้จบ แต่ก็มีแอบวาดการ์ตูนสี่ช่องบ้าง แต่งนิทานสั้นๆ บ้าง ไม่น่าเชื่อว่าความฝันของเด็กผู้ชายคนหนึ่งถูกเก็บมาเกือบสามสิบปี บวกลบคูณหารก็น่าจะทราบอายุของผมแล้วสินะ ส่วนใหญ่คนมักเรียกผมว่า ลุง

          ความฝันของผมได้ถูกเติมเต็มเมื่อทุกอย่างพร้อม มีงานทำ มีเงินใช้ การเขียนนิยายจึงเป็นไปได้อย่างราบรื่น ถอยโน๊ตบุ๊คจ้างคุณนักวาดวาดปก ออกเดินทางเพื่อหาแรงบันดาลใจ ตั้งชื่อตัวละคร สร้างคาแรคเตอร์ ยากสุดน่าจะเป็นชื่อเรื่อง นิยายวายเรื่องแรกผมมีแค่พล็อตในหัว ไปไหนก็จะพกสมุด ดินสอ โทรศัพท์ พักหลังจะเปลี่ยนเป็นโน๊ตบุ๊ค ตั้งใจว่าจะเขียนให้จบแล้วสั่งทำเล่มเก็บไว้อ่านเวลาที่เหนื่อยหรือท้อใจ เป็นเหมือนถ้วยรางวัลการันตีว่าผมสามารถเดินตามฝันได้สำเร็จ แต่อยากลองดูว่าจะมีใครสักคนอ่านเรื่องราวของผมเข้าใจและตรงตามเจตนารมณ์ที่ส่งไปหรือเปล่า (ต้องบอกก่อนว่าปกติเป็นคุยกับใครไม่ค่อยรู้เรื่อง มีคนเคยบอกว่าผมเป็นคนที่มีคลังคำศัพท์เยอะและชอบใช้คำแปลกๆ จนเข้าใจยาก ประมาณว่าพูดตรงนี้บางทีก็ไปเข้าใจที่บ้าน) พออัพนิยายลงเว็บผลตอบรับไม่ดีเท่าไหร่จนเกิดอาการท้อแท้แต่เมื่อหันกลับมามองว่าแต่งนิยายเพื่ออะไรเลยแต่งต่อไปเรื่อยๆ จากที่คิดไว้ว่าเป็นเรื่องสั้นๆ ณ ตอนนี้นิยายเรื่องแรกของผมถูกแบ่งเป็น 4 เล่ม แล้วสิ่งที่ทำให้ผมยิ้มกว้างก็คือผมสามารถทำอีบุ๊คและมีรายได้ ถึงจะไม่ได้มากมายเหมือนใครแต่ก็สามารถทำให้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปและที่สำคัญผมได้ค่าปกแล้วครับ ถามว่าไม่คิดส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์เหรอ ตอบได้เลยว่าเคยคิดแต่เมื่อกลับมาทบทวนดีๆ แล้วจึงได้คำตอบว่าตอนนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่ในอนาคตก็ไม่แน่

          การเป็นนักเขียนหน้าใหม่ได้อะไรหลายอย่าง ผมมีอาจารย์ที่คอยสอนมีเพื่อนนักเขียนหน้าใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกัน คอยพูดคุยช่วยเหลือกัน มีคุณนักวาดที่ให้คำแนะนำและสร้างตัวละครของผมให้มีชีวิต แล้วที่สำคัญผมมีคุณนักอ่านที่แวะมาทักทายและพูดคุย ถามไถ่ให้กำลังใจ ถึงจะไม่มากมายแต่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมได้รู้ว่ามีคนเสพผลงานและอ่านเรื่องราวของผมแล้วเข้าใจ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมยืนอยู่จุดนี้ได้ครับ

ดูผลงานได้ที่ https://goodthingreviewthailand.com/?p=2350

รู้จักนักเขียนสักนิด  :  Z.vester

สวัสดีค่ะ นักนอนเขียนที่ชอบคิดพล๊อตได้ตอนนอนเล่นอยู่บนเตียง Z.vester เองค่า  เกิดมาเพื่อเป็นทาสแมวโดยเฉพาะ หลงใหลความสวยงามของภาษาและอยากพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ  ยินดีที่ได้พบเจอกันนะคะ

จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเขียนนิยาย :

น่าจะเริ่มมาจากการฟังนิทานและการอ่านเป็นหลักค่ะ สมัยเราอยู่ชั้นประถมจะมีเทปนิทานแนวผจญภัยที่แถมมากับกล่องอาหารเช้า ช่วงนั้นเราชอบมากสะสมจนครบชุด ระหว่างทางไปโรงเรียนคุณพ่อก็จะเปิดให้ฟังบ่อย ๆ เลยซึมซับเทคนิคการเล่าเรื่องมาทีละนิด ๆ โดยไม่รู้ตัว พอโตขึ้นจึงหันมาสนใจหนังสือนวนิยายแปลเยาวชน ตอนได้อ่านเราเหมือนถูกสะกดให้นิ่งอยู่กับที่ สนุกอยู่กับมันจนกระทั่งถึงตอนจบของเรื่อง ทำให้เรารู้เลยว่าเรื่องราวในหนังสือเป็นสิ่งที่วิเศษมาก เหมือนกับมีเวทมนต์มาสั่นคลอนหัวใจเราอยู่ตลอดเวลา เราชอบหนังสือชนิดที่ว่าเดินเข้าร้านหนังสือทีไรต้องได้สักเล่มติดมือกลับบ้านมาทุกที พอได้อ่านสะสมมากขึ้น ๆ จึงทำให้เราเริ่มอยากสร้างเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาบ้าง เลยนั่งถามตัวเองว่าคนเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร แล้วถ้าสักวันตัวเราตายไปอะไรจะยังเหลืออยู่  อาจจะฟังดูเป็นเด็กที่ค่อนข้างคิดอะไรซับซ้อนอยู่พอตัว  ตอนนั้นเลยค้นพบว่าสิ่งที่เราชอบคือหนังสือและสิ่งที่เรารักคือการได้เขียนนิยาย ตอนอายุสิบสี่ปีเลยตั้งใจไว้ว่าอย่างน้อยก่อนตายอยากมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม ช่วงนั้นกำลังเจอแนวนิยายที่เราชอบอย่างนิยายวายเลยตั้งใจไว้ว่าจะเอาดีทางนี้ค่ะ แต่ความฝันนั้นก็ต้องหยุดพักไปเกือบสิบปีเพราะเรื่องการเรียน พอโตขึ้นมาเลยได้กลับมาคิดว่าถ้าไม่ทำตอนนี้ความฝันในวัยเด็กตอนนั้นเมื่อไหร่มันจะสำเร็จสักที ประจวบเหมาะกับที่มีพล๊อต ๆ หนึ่งแล่นเข้ามาในหัวตอนกำลังนอนเล่นอยู่พอดีเลยปักธงเลยว่าเอาวะ! เรื่องนี้แหละต้องตีพิมพ์ให้ได้  นั่นก็คือเรื่อง ‘เพียงนิรันดร์’ นั่นเองค่ะ ตอนแรกที่ได้กลับมาเขียนเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะออกมาดีไหม จะมีคนชอบนิยายของเราไหม ไม่มีคนคอมเม้นต์เลยลุยต่อไปจะดีเหรอเรียนก็หนักนะจะสอบปิดบล็อกอยู่แล้ว แต่เราได้อิทธิพลทางความคิดมาจาก นิคซ์ ตัวละครของเราเองว่า ‘ถ้ามั่นใจกับเรื่องอะไรแล้วก็ตั้งใจทำต่อไปเถอะ นิยายสนุกจะตายไม่รู้ตัวเหรอไง’ ประมาณนั้นเลยค่ะ ฮ่า ๆ จนถึงวันหนึ่งที่มีคอมเม้นท์จากนักอ่านเพิ่มมากขึ้นและสำนักพิมพ์ใหญ่ติดต่อเข้ามาถึงสองสำนักพิมพ์เลยทำให้เราดีใจมากที่ผลงานได้รับการยอมรับมากขนาดนี้ จนในที่สุดหนังสือเล่มแรกในชีวิตก็ได้คลอดออกมาสำเร็จ ความฝันเล็ก ๆ ของเด็กวัยสิบสี่ขวบตอนนั้นเป็นจริงขึ้นแล้วในตอนนี้ ยังจำความรู้สึกที่นั่งร้องไห้งอแงลูบหนังสือไปมากับเพื่อนได้อยู่เลย จากนี้ก็ตั้งใจออกผลงานต่อไปและพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

ดูผลงานได้ที่ https://goodthingreviewthailand.com/?p=2359

Leave A Comment